หลวงพ่อฤาษีลิงดำ เรื่อง ดาวหลุมดำ

ประเทศไทยมีอะไรใหม่

#การเกิดอริยมรรค#ทางบรรลุธรรม#ทางพระนิพพาน
Concentration is important to learn. If this is the case in this life. That's a good thing.
I will not be able to do that. I do not think it will happen in the mind of ordinary people. The calf is not like that. Will have to meditate When it merges, it will see the dharma. Each one is not equal. Next, the mental state of consciousness is placed. Repeat the stream to find the elements. The shroud covered with the elements is known here. It's not like I'm going to go to see Nirvana. Nirvana is not empty. We have not seen. We also painted two extreme images. One of them is Nirvana. This is a good idea. There's a fixed noon. I think that Nirvana is lost. There was nothing left.
I do not know what to do. What do you think of Nirvana? There are Nirvana Nirvana Nirvana. The state of nirvana is peace. It is a peaceful calm from nothing calm from the calm of peaceful calm from the calm of anything calm from carrying it. So we pray.
When I walk around, I do. # The next fielder will come up. It's not that bad. I will put the Khan. I'm going to leave the Khan. I'm going to know Nirvana. If the mind is not wandering in the world of thought, do not get lost in the commandments. I do not care to focus on the body. Lost in the abstract. I have to know Nirvana. To the nirvana. Not to know the commandments. I do not know the name. I need to know Nirvana. We need to know the emotions we practice. # One day we nirvana.
集中することは学ぶことが重要です。これがこの人生の場合です。それは良いことです。

私はそれをすることができません。私はそれが普通の人々の心の中で起こるとは思わない。ふくらはぎはそうではありません。マージしなければならないでしょう。それがマージすると、ダーマが表示されます。それぞれが等しくない。次に、意識の精神状態が置かれます。要素を見つけるためにストリームを繰り返します。要素で覆われたシュラウドはここで知られています。私はニルヴァーナを見るために行くつもりはありません。ニルヴァーナは空ではありません。我々は見ていない。我々はまた2つの極端な画像を描いた。それらの1つはニルヴァーナです。これは良い考えです。固定正午があります。私は涅槃が失われたと思う。何も残っていませんでした。
私は何をすべきかわかりません。ニルヴァーナについてどう思いますか? Nirvana Nirvana Nirvanaがあります。涅槃の状態は平和です。それは静かな落ち着いた静かな静かな場所から静かな静かな場所から静かな静かな静かな場所です。だから私たちは祈ります。
私が周りを歩くとき、私はします。 #次の野手が登場する。それは悪いことではありません。私はカーンを入れます。私はカーンを離れるつもりです。私はニルヴァーナを知るつもりです。心が思考の世界でさまよっていないならば、戒めを忘れないでください。私は体に焦点を当てていません。要約で失われた私はニルヴァーナを知る必要があります。ニルヴァーナに。戒めを知らない。私はその名前を知らない。私はニルヴァーナを知る必要があります。私たちが練習している感情を知る必要があります。 #ある日、私たちは涅槃。

सीखने के लिए एकाग्रता महत्वपूर्ण है। अगर यह इस जीवन में मामला है। ये अच्छी बात है।
मैं ऐसा करने में सक्षम नहीं होगा। मुझे नहीं लगता कि यह सामान्य लोगों के दिमाग में होगा। बछड़ा ऐसा नहीं है। ध्यान में रखना होगा जब यह विलय हो जाता है, तो यह धर्म को देखेगा। प्रत्येक एक बराबर नहीं है। इसके बाद, चेतना की मानसिक स्थिति रखी जाती है। तत्वों को खोजने के लिए स्ट्रीम दोहराएं। तत्वों से ढंका श्राउड यहां जाना जाता है। ऐसा नहीं है कि मैं निर्वाण देखने जा रहा हूं। निर्वाण खाली नहीं है। हमने नहीं देखा है। हमने दो चरम छवियों को भी चित्रित किया। उनमें से एक निर्वाण है। यह एक अच्छा विचार है। एक निश्चित दोपहर है। मुझे लगता है कि निर्वाण खो गया है। कुछ भी नहीं बचा था।
मुझे नहीं पता क्या करना चाहिए। निर्वाण के बारे में आप क्या सोचते हैं? निर्वाण निर्वाण निर्वाण हैं। निर्वाण राज्य शांति है। शांतिपूर्ण शांति के शांत होने से शांति से शांत होने से शांतिपूर्ण शांतता से शांत शांति से शांतिपूर्ण शांतता है। तो हम प्रार्थना करते हैं।
जब मैं घूमता हूं, तो मैं करता हूं। # अगला क्षेत्ररक्षक आ जाएगा। इतना खराब नहीं है। मैं खान रखूंगा। मैं खान छोड़ने जा रहा हूँ। मैं निर्वाण को जानूंगा। यदि विचार विचार की दुनिया में घूम रहा है, तो आज्ञाओं में खोना मत। मुझे शरीर पर ध्यान केंद्रित करने की परवाह नहीं है। सार में खो गया। मुझे निर्वाण जानना है। निर्वाण के लिए। आज्ञाओं को नहीं जानना। मुझे नाम नहीं पता। मुझे निर्वाण को जानना है। हमें अपनी भावनाओं को जानने की जरूरत है। # एक दिन हम निर्वाण।
แสดงน้อยลง

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ทางไปสู่พระนิพพาน 18 ธ ค 57 ค่ำ โดยหลวงพ่ออินทร์ถวาย ณ สวนแสงธรรม

ทางบรรลุมรรคผล

ผู้สละโลก ปลดแอก#ผู้สละโลกและพระอานนท์พระพุทธอนุชาเป็นผลของของท่าน#อาจารย์วศินอินทสระ ผลงานของ ให้เสียงบรรยายโดย ท่านมนัส ทองเพชรนิล ในความอุปถัมภ์ของ พระราชพิพัฒนาทร ... เพราะล่วงความสำคัญตนได้ทั้งหมดเทียว และมุนีผู้สงบแล้วแล ย่อม ไม่เกิดไม่แก่ ไม่ตาย ไม่กำเริบ ไม่ทะเยอทะยาน แม้มุนีนั้นก็ไม่มีเหตุที่จะต้อง เกิด เมื่อไม่เกิด จักแก่ได้อย่างไร เมื่อไม่แก่ จักตายได้อย่างไร เมื่อไม่ตาย จักกำเริบได้อย่างไร เมื่อไม่กำเริบ จักทะเยอทะยานได้อย่างไร #การเกิดอริยมรรค จิตไม่แส่ส่าย พอจิตไม่แส่ส่ายจิตก็หลุดออกจากกามภูมิ เข้ารูปภูมิหรืออรูปภูมิ เข้าเองเลยเพราะงั้นพวกเราหัดเจริญสติไปเรื่อย พอศีลสมาธิปัญญา สติสมาธิปัญญาแก่รอบนะจิตจะหมดความหลงไหลรูปเสียงกลิ่นรสโผฏฐัพพะทั้งหลายมาดึงดูดจิตไหลไปไม่ได้แล้วอย่างน้อยก็ชั่วขณะ ชั่วขณะเท่านั้นแหละถ้าจิตมันตั้งมั่นรู้ไหลออกไปแล้วทุกข์ ก็ตั้งเด่นดวงอยู่ จิตก็เข้าฌานอัตโนมัติ เพราะงั้นถึงเราจะเจริญสติเจริญปัญญาโดยเข้าฌานไม่เป็น ถึงนาทีสุดท้ายที่จะเกิดอริยมรรคอริยผลในทุกขั้นตอน ตั้งแต่โสดาปัตติมรรคจนถึงอรหัตมรรคเนี่ย จิตจะเข้าฌานของเค้าเอง ยกเว้นคนซึ่งเดินปัญญาอยู่ในฌาน เวลาที่จะเกิดอริยมรรคไม่ต้องถอยออกมาอยู่ในโลกก่อนนะ ไม่ต้องกลับมาอยู่กามภูมิก่อนนะ จิตเค้าจะตัดอยู่ข้างในได้เลย นี่เป็นพวกหนึ่ง แต่รวมความก็คืออริยมรรคไม่เกิดอยู่ในจิตที่อยู่ในกามอย่างพวกเรา อริยมรรคจะต้องเกิดอยู่ในรูปภูมิหรืออรูปภูมินะ จะเกิดอยู่ตรงนั้น ไปล้างกันตรงนั้น จิตจะเข้าฌานอัตโนมัติ พอจิตเข้าฌานแล้วคราวนี้สติระลึกรู้อยู่ที่จิตนะ ไม่ได้เจตนาระลึก มันรู้เอง เพราะมันไม่แส่ส่ายออกไปที่ตาหูจมูกลิ้นกายใจ ไม่แส่ส่ายไปในความคิด ก็หยุดลงที่จิตดวงเดียว สติหยั่งลงที่จิต จิตตั้งมั่นอยู่ที่จิต เพราะงั้นสมาธินี่เต็มสมบูรณ์แล้ว ตั้งมั่นอยู่ที่จิต สติสมบูรณ์แล้ว ระลึกอยู่ที่จิต ปัญญาสมบูรณ์แล้ว เห็นความเป็นจริงทุกสิ่งที่อย่างที่เคลื่อนไหวอยู่ในจิตนะ ตรงนี้แหละจิตจะไหวตัวขึ้นมาสองสามขณะ คือปรุงขึ้นมานะแต่ไม่รู้ว่าคิดอะไร ไม่รู้ว่าปรุงอะไร มีความปรุงแต่งเกิดขึ้นแต่ไม่รู้ว่าปรุงอะไร จะเห็นแต่ว่าสิ่งบางสิ่งเกิดขึ้นแล้วสิ่งนั้นดับไป จะเห็นอย่างนี้เอง เห็นเอง ถัดจากนั้นนะจิตจะรู้เลยมันไม่มีสาระอะไร จิตมันจืดนะ มันไม่เอาอีกแล้ว ก็แค่เห็นความปรุงภายในจิตผุดขึ้น พอเห็นความปรุงภายในจิตผุดขึ้นสองสามขณะ ความเห็นกลางอย่างแท้จริงเลย รู้อย่างเป็นกลางอย่างแท้จริงไม่ปรุงต่อนะ จิตจะวาง พอมันวางแล้วมันจะทวนกระแสเข้าหาธาตุรู้ วางจิตแล้วทวนกระแสเข้าหาธาตุรู้ ธาตุรู้ก็จิตนั่นแหละ มันเป็นจิตอีกอย่างหนึ่ง พอจิตดวงเก่ามันดับไป จิตที่อยู่ในภพภูมิต่างๆมันดับไป มันทวนกระแสเข้าหาจิตที่เหนือภพเหนือภูมิ ทวนกระแสเข้ามา ขณะที่มันปล่อยวางจิตดวงเดิมนะ แล้วก็ทวนเข้ามาแต่ยังไม่ถึงธาตุรู้นะ คาบลูกคาบดอก ไม่ได้เกาะขันธ์แล้วนะ แต่ก็ยังเข้ามาไม่ถึงตัวธาตุรู้ ไม่ถึงอมตะธาตุอมตะธรรม ไม่ถึงพระนิพพาน ธาตุรู้ไม่ใช่พระนิพพานนะ แต่ธาตุรู้ไปเห็นพระนิพพาน ต้องแยกให้ออก มันยังทวนไม่ถึงธาตุรู้ ไม่ใช่ปุถุชน ไม่ใช่พระอริยะ ทำไมไม่ใช่ปุถุชน เพราะมันปล่อยขันธ์แล้ว ขันธ์สุดท้ายที่มันปล่อยก็คือจิต ไม่ใช่พระอริยะ เพราะยังไม่เข้ามาถึงธาตุรู้ ไม่เข้าถึงพระนิพพาน ตัวธาตุรู้นั่นแหละเป็นตัวไปเห็นพระนิพพาน ตรงนี้นะเรียกว่าโคตรภูญาณ ญาณข้ามโคตร มีปัญญาข้ามโคตร ข้ามโคตรจากโคตรไหนมาสู่โคตรไหน? จากโคตรของปุถุชนมาสู่โคตรของอริยชน เพราะงั้นบรรลุมรรคผลแล้วเปลี่ยนโคตรนะ ข้ามจากสกุลของปุถุชน ข้ามมาสู่อริยวงศ์อริยโคตร เรียกญาณข้ามโคตร ไม่ใช่ปุถุชนนะ กำลังข้ามอยู่ ไม่ใช่พระอริยะ มีอยู่ขณะจิตเดียวแหละที่คาบลูกคาบดอกประหลาดอยู่อย่างนี้ ข้ามมา ทวนเข้ามาถึงจิตแท้ ถึงธาตุรู้แท้ๆ ธรรมธาตุ ตัวนี้อริยมรรคก็จะเกิดขึ้น อาสวกิเลสที่ห่อหุ้มจิตอยู่ถูกอริยมรรคแหวกออกทำลายออก ก็ล้างกิเลส ล้างในพริบตาเดียว ในขณะเดียว วับเดียวเลย ขาดเลย มันคล้ายๆเปิดสวิตซ์ไฟ ปั๊บ สว่างวุ๊บเดียวความมืดหายไปเลย ในพริบตานั้นเลย จากนั้นนะจะเห็นพระนิพพานอีกสองสามขณะ เห็นไม่เท่ากันหรอก บางคนเห็นสองขณะ บางคนเห็นสามขณะ ถ้าพวกอินทรีย์กล้ามากๆก็เห็นสามขณะ พวกอินทรีย์ยังไม่กล้ามากก็เห็นสองขณะนะ งั้นพระอริยะในภูมิธรรมอันเดียวกันระดับเดียวกัน ความรู้ความเข้าใจไม่เท่ากัน ความแตกฉานอะไรนี้ไม่เท่ากัน เห็นพระนิพพานแล้วก็รู้ว่านิพพานอยู่ต่อหน้าต่อตา นิพพานไม่เคยหายไปไหน อยู่ต่อหน้าต่อตานี่แหละ แต่โง่เองไม่เห็น ทำไมไม่เห็น? มัวแต่เห็นแต่กาม มัวแต่เห็นรูปภพ มัวแต่เห็นอรูปภพ จิตไม่รู้จักปล่อย ตรงที่เค้าปล่อยน่ะเค้าข้าม เค้าทิ้งแล้ว ตรงโคตรภูญาณที่จิตข้ามโคตร ข้ามจากปุถุชนมาเป็นพระอริยะ ข้ามตรงนี้มันทิ้งหมดเลยนะ มันทิ้งกามภูมิ รูปภูมิ อรูปภูมิ ทิ้งหมดเลย ข้ามมาสู่อริยภูมิ โลกุตรภูมิ ข้ามเอง พวกเราก็มีหน้าที่ภาวนาให้มันพอเท่านั้นแหละนะ ถ้ามันพอเมื่อไหร่มันก็ข้ามโคตรไป เปลี่ยนสกุลไม่ใช่นามสกุลเดิม โดยสมมุติบัญญัติก็เป็นนามสกุลเดิม โดยปรมัตถ์แท้ๆก็ไม่ใช่แล้ว ก็มาเป็นลูกพระพุทธเจ้า